| ข่าวที่ 1… |

ผู้สร้างและผู้กำกับอาวุโสของวงการ กำธร ทัพคัลไลย เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคมะเร็งตับและปอด เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ขณะมีอายุ 60 ปี กำธรเป็นคนจังหวัดอยุธยา หลังเรียนจบชั้นเตรียมอุดม เริ่มประกอบอาชีพในวงการออกแบบเขียนป้ายคัตเอาต์ และต่อมาเข้ารับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ และธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนจะลาออกมาทำงานธุรกิจชิปปิ้ง
กำธร ทัพคัลไลยเข้าสู่วงการภาพยนตร์ปี 2514 ด้วยการเข้าประกวดเป็นดาราหน้าใหม่กับผลิตภัณฑ์น้ำมันใส่ผมยี่ห้อหนึ่ง ปีต่อมาเริ่มมีอาชีพเป็นนักแสดงละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ ปี 2518 เปิดบริษัทสยามสตาร์โปรดักชั่น สร้างภาพยนตร์เรื่องแรก”ทายาทป๋องแป๋ง” ทำรายได้เป็นประวัติการณ์ และยังสร้างต่อมาอีก 20 ปี รวมทั้งหมด 12 เรื่อง นับตั้งแต่เรื่องแรก กำธร ทัพคัลไลยได้มอบให้ปิยะมาส โมนยะกุล ภรรยาในขณะนั้น เป็นผู้แสดงนำฝ่ายหญิง และหลังเลิกสร้างภาพยนตร์ ได้หันกลับมาเล่นละครโทรทัศน์อีก จนกระทั่งเสียชีวิต
กำธร ทัพคัลไลยสมรสครั้งสุดท้าย กับชลลดา ศรีราวี ทั้งสองมีบุตรสาว 1 คน ศพของเขาตั้งบำเพ็ญกุศล 7 วัน ที่วัดธาตุทอง โดยสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ จะเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมในคืนวันที่ 17 กรกฎาคม

| ข่าวที่ 2… |

วงการอุตสาหกรรมหนังไทยคงจะยังคึกคักในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้จากการสำรวจของ น.ส.พ.เดลี่นิวส์ ซึ่งได้รายงานว่า ถ้าเป็นภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในช่วงดังกล่าว จำนวนจะมีทั้งหมด 6เรื่อง ที่โด่งดังที่สุด คงไม่มีเรื่องไหนเกิน”สุริโยไท” ซึ่งมีกำหนดจะเข้าฉายกลางเดือนหน้า ตามด้วย”จันดารา” เข้าเดือนกันยายน และ”คนล่าจันทร์”เดือนตุลาคม
นอกนั้นยังมี”ขวัญกับเรียม”และ”โก๋หลังวัง” และที่เข้าฉายแล้ว และกำลังฉายอยู่คือ”9 พระคุ้มครอง” ส่วนที่ถ่ายทำแล้วเสร็จ แต่ยังไม่มีประกาศฉาย มี 2 เรื่องคือ “เฮี้ยน” และ”ไกรทอง” ขณะที่ใกล้จะเสร็จ มี 1 เรื่องคือ“มนต์รักทรานซิสเตอร์”
ทางด้านที่จะถ่ายทำมี 9 เรื่อง ที่เป็นข่าวใหญ่ได้แก่ “สะพานข้ามแม่น้ำแคว“ และ”ขุนแผน“ ตามด้วย“ขัง 8” “นักโทษชาย” “เชอรี่ แอน” และ”ตุ๊กตาผี” ซึ่งจะเป็นหนังร่วมทุนไทย-ฮ่องกง-เกาหลี นอกนั้นมี “ตายทั้งกลม” “เจ็ดประจันบาน” และ”Girlfriend” หนังไทยแต่ชื่ออังกฤษ ซึ่งจะกำกับโดยมงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ หรือ”ตีตั๋ว” นักวิจารณ์หนังไทยฝีมือเอก
เดลี่นิวส์รายงานตบท้าย ไม่ใช่หนังที่จะเข้าฉาย และจะถ่ายทำ เท่านั้น ที่จะเป็นข่าวใหญ่ แต่หนังจะประกาศสร้าง ก็จะเป็นด้วย นั่นคือ การประกาศจะสร้างภาพยนตร์เรื่อง”สี่แผ่นดิน” จากบทประพันธ์ของม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งสหมงคลฟีล์มคงจะประกาศ หลังม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคลได้ทรงพักเหนื่อยจาก”สุริโยไท”


| ข่าวที่ 3… |

คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับบริษัทเอ็นเตอร์เทน โกลเด้น วิลเลจ (EGV) จะจัดการประกวดโฆษณายอดเยี่ยมประจำปีสำหรับเยาวชน หรือ “จูเนียร์ แทค อวอร์ด ครั้งที่ 6 – The 6th Annual Junior TACT Awards Competition” โดยในปีนี้จะเป็นการประกวดภายใต้หัวข้อ”ไม่ดูหนังผีซื้อซีดีเถื่อน” เพื่อรณรงค์ต่อต้านการผลิตและจำหน่ายแผ่นซีดีผิดกฎหมาย ที่กำลังเป็นปัญหากระทบกระเทือนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยอยู่ในขณะนี้
การประกวดแบ่งออกเป็นสองรอบๆ แรกเป็นรอบคัดเลือก ซึ่งผู้ส่งผลงานเข้าประกวด จะต้องส่งสะตอรี่บอร์ด (story board) ความยาว 30 วินาที บรรจุภาพไม่เกิน 12 ภาพ พร้อมคำบรรยายภาพและเสียงชัดเจนใต้ภาพ ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม และการตัดสินจะมีขึ้นในวันที่ 2 สิงหาคม โดยจะประกาศผ่านเวบไซต์ www.egvcinemas.com และ www.tactawards.com ส่วนรอบที่สองเป็นรอบตัดสิน ซึ่งผู้ได้รับคัดเลือกจำนวนประมาณ 20 ทีม จะต้องส่งผลงานถ่ายทำในรูปแบบวีดีโอระบบ VHS ความยาว 30 วินาที ภายในวันที่ 24 สิงหาคม และการตัดสินจะได้รับการประกาศบนเวทีการแจกรางวัล TACT ในวันที่ 7 กันยายน รายละเอียดเปิดอ่านได้ที่เวบไซต์ทั้งสองแห่ง
สำหรับกฎและกติกาการประกวดมีดังนี้ ผู้ส่งผลงานประกวดจะต้องเป็นนิสิตนักศึกษาอายุไม่เกิน 22 ปี และกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษา ผลงานจะทำคนเดียวหรือเป็นทีมก็ได้ แต่จำนวนจะต้องไม่เกิน 7 คน ทั้งนี้จะเป็นจากสถาบันเดียวกันทั้งหมด หรือจากสถาบันอื่นก็ได้ ผู้ส่งผลงานแต่ละคนสามารถมีชื่อและทำงานส่งไม่เกิน 3 ชิ้น การส่งจะต้องส่งพร้อมกับสำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา ที่มีลายเซ็นอาจารย์ผู้สอน/อาจารย์ที่ปรึกษากำกับ และค่าสมัครผลงานละ 100 บาท
และผลงานที่ส่งเข้าประกวดถือว่า ผู้ส่งผลงานอนุญาติให้ทางคณะผู้ดำเนินงานฯ นำไปตีพิมพ์ทำสำเนาในรูปแบบของวิดีโอ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ ผลงานจะต้องไม่เคยผ่านการประกวดจากที่ใดมาก่อน และจะต้องเป็นฝีมือและแนวคิดของตัวเอง รายละเอียดอยู่ใน www.egvcinemas.com และ www.tactawards.com


| ข่าวที่ 3… |

คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับบริษัทเอ็นเตอร์เทน โกลเด้น วิลเลจ (EGV) จะจัดการประกวดโฆษณายอดเยี่ยมประจำปีสำหรับเยาวชน หรือ “จูเนียร์ แทค อวอร์ด ครั้งที่ 6 – The 6th Annual Junior TACT Awards Competition” โดยในปีนี้จะเป็นการประกวดภายใต้หัวข้อ”ไม่ดูหนังผีซื้อซีดีเถื่อน” เพื่อรณรงค์ต่อต้านการผลิตและจำหน่ายแผ่นซีดีผิดกฎหมาย ที่กำลังเป็นปัญหากระทบกระเทือนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยอยู่ในขณะนี้
การประกวดแบ่งออกเป็นสองรอบๆ แรกเป็นรอบคัดเลือก ซึ่งผู้ส่งผลงานเข้าประกวด จะต้องส่งสะตอรี่บอร์ด (story board) ความยาว 30 วินาที บรรจุภาพไม่เกิน 12 ภาพ พร้อมคำบรรยายภาพและเสียงชัดเจนใต้ภาพ ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม และการตัดสินจะมีขึ้นในวันที่ 2 สิงหาคม โดยจะประกาศผ่านเวบไซต์ www.egvcinemas.com และ www.tactawards.com ส่วนรอบที่สองเป็นรอบตัดสิน ซึ่งผู้ได้รับคัดเลือกจำนวนประมาณ 20 ทีม จะต้องส่งผลงานถ่ายทำในรูปแบบวีดีโอระบบ VHS ความยาว 30 วินาที ภายในวันที่ 24 สิงหาคม และการตัดสินจะได้รับการประกาศบนเวทีการแจกรางวัล TACT ในวันที่ 7 กันยายน รายละเอียดเปิดอ่านได้ที่เวบไซต์ทั้งสองแห่ง
สำหรับกฎและกติกาการประกวดมีดังนี้ ผู้ส่งผลงานประกวดจะต้องเป็นนิสิตนักศึกษาอายุไม่เกิน 22 ปี และกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษา ผลงานจะทำคนเดียวหรือเป็นทีมก็ได้ แต่จำนวนจะต้องไม่เกิน 7 คน ทั้งนี้จะเป็นจากสถาบันเดียวกันทั้งหมด หรือจากสถาบันอื่นก็ได้ ผู้ส่งผลงานแต่ละคนสามารถมีชื่อและทำงานส่งไม่เกิน 3 ชิ้น การส่งจะต้องส่งพร้อมกับสำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา ที่มีลายเซ็นอาจารย์ผู้สอน/อาจารย์ที่ปรึกษากำกับ และค่าสมัครผลงานละ 100 บาท
และผลงานที่ส่งเข้าประกวดถือว่า ผู้ส่งผลงานอนุญาติให้ทางคณะผู้ดำเนินงานฯ นำไปตีพิมพ์ทำสำเนาในรูปแบบของวิดีโอ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ ผลงานจะต้องไม่เคยผ่านการประกวดจากที่ใดมาก่อน และจะต้องเป็นฝีมือและแนวคิดของตัวเอง รายละเอียดอยู่ใน www.egvcinemas.com และ www.tactawards.com

| ข่าวที่ 4… |

น.ส.พ.บางกอกโพสต์ลงบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง”สุริโยไท”ว่า เป็นภาพยนตร์ที่ได้ทำลายเกือบจะทุกสถิติในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย เริ่มตั้งแต่การเป็นภาพยนตร์ที่แพงที่สุด คือ 400 ล้านบาท มีนักแสดงระดับดารามากที่สุด รวมทั้งใช้ผู้แสดงประกอบถึง 2,000 คน ช้าง 50 เชือก และม้า 70 ตัว
นอกจากนี้ ยังเป็นภาพยนตร์ที่ใช้เวลาวิจัยนาน 5 ปี และการถ่ายทำนาน 2 ½ ปี โดยใช้ทีมถ่ายทำขนาดใหญ่ที่สุด ประกอบด้วยผู้ช่วยผู้กำกับหลายคน และแบ่งออกเป็น 3 หน่วย และสถิติสุดท้าย เป็นภาพยนตร์ที่ยาวที่สุด คือมีเวลาฉาย 3 ชั่วโมง 5 นาที
บทความดังกล่าวของบางกอกโพสต์ยังพูดถึงการเตรียมการถ่ายทำว่า เฉพาะในส่วนเครื่องแต่งกาย เริ่มเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยใช้ข้อมูลจากทีมวิจัย ซึ่งได้เข้าไปค้นบันทึกประวัติศาสตร์ หนังสือ ภาพเขียนฝาผนัง และรูปปั้น จากหลายแหล่ง ทั้งไทย ล้านนา พม่า มอญ และเขมร ซึ่งถ้าหาข้อมูลไม่ได้ ก็จะใช้วิธีเทียบเคียงจากหลักฐาน ที่ปรากฏในสมัยหรือพระราชวงศ์ที่เกี่ยวเนื่องกัน
เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ยังต้องมีการออกแบบ และการคัดเลือกผ้าที่ใช้ตัดเย็บ ผ้าหลายชิ้นได้รับการทอขึ้นเฉพาะ และเส้นไหมสำหรับปักดิ้นต้องสั่งจากอินเดีย ผ้าบางชิ้นต้องใช้มือเขียนลวดลาย และบางชิ้นต้องพิมพ์ด้วยซิลค์สกรีน เพื่อให้เสร็จทันการถ่ายทำ
ความยากลำบากต่อไปคือ การเรียนวิธีผูกผ้า ให้ได้ตามลักษณะที่เห็นในภาพเขียนฝาผนังและรูปปั้น ซึ่งกว่าจะได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และการเปลี่ยนสีผ้า เพื่อไม่ให้ขัดกับไฟที่ใช้ถ่ายทำ มีการย้อมผ้าที่ย้อมแล้วหลายร้อยชิ้น
บทความกล่าวถึงการออกแบบฉากว่า ใช้ผู้ออกแบบ 3 คน ฉากยิ่งใหญ่ที่สุดของภาพยนตร์สองฉากคือ ฉากปราสาทพระศรีสรรเพชร ซึ่งเป็นพระราชวัง และฉากหอพระเชษฐบิดร ซึ่งเป็นสถานที่เก็บพระอัฐิของพระมหากษัตริย์
ฉากแรกถูกสร้างในยุ้งข้าวแห่งหนึ่งในอยุธยา โดยสร้างตามขนาดจริง บริเวณที่เป็นฝาผนังและเพดานใช้ลวดลายจากวัดนางพญาในสุโขทัย ซึ่งสร้างสมัยเดียวกัน ในขณะที่ฉากที่สองได้รับแรงบันดาลใจจากปราสาทพระเทพบิดร ในกรุงเทพ
ฉากทั้งหมดใช้เครื่องตกแต่ง และของประดับ ที่ทำขึ้นจากแบบของจริง ที่ค้นพบที่วัดราชบูรณะ อยุธยา และปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา จังหวัดเดียวกัน และจากของจริงอีกส่วนหนึ่ง ที่เก็บไว้ในพระบรมมหาราชวัง
ความยากลำบากอีกอย่างเกี่ยวกับฉากคือ การใช้คบไฟ ซึ่งต้องออกแบบให้ตรงกับลักษณะของฉาก และของการใช้งาน และเนื่องจากคบไฟมีความละเอียดอ่อน ดังนั้นบ่อยครั้งจึงตกและหัก และบางทีดับก่อนที่การถ่ายทำจะเสร็จ ทำให้ต้องจุดใหม่
คำถามที่บางกอกโพสต์ถามคือ แล้ว”สุริโยไท”จะทำลายสถิติรายได้ภาพยนตร์ไทยหรือไม่ ซึ่งถ้าทำได้ ก็จะเป็นสถิติประวัติศาสตร์อีกสถิติหนึ่ง